คนธรรมดาอย่างเรา จะลงทุนแล้วโตไปกับ 5G ยังไงดี

เหตุสลดที่โคราช เพราะทหารใช้บ้านเป็น ATM และ AI จะมาช่วยสร้างงานคน
February 12, 2020
ผลกระทบเศรษฐกิจหลายระลอกของ COVID-19 Global Supply Chain การเดินทาง การขนส่ง และกิจกรรมในระบบทุนนิยมสะดุดหยุดอยู่
February 13, 2020
ไดอารี่ที่รัก,

 

เพื่อนๆ ถามกันมามากว่า ควรซื้อ iPhone11 ดีไหม? หรือจะรอ iPhone12 ดี

คำตอบคือ “อย่าเพิ่งซื้อ”

เหตุผลคือ “5G”

 

iPhone 11 ยังไม่ได้รองรับระบบ 5G และ Apple ก็ประกาศมาแล้วว่าเขากำลังพัฒนาสมาร์ตโฟนที่รองรับ 5G อยู่ คาดว่าจะออกวางขายประมาณกลางปีหรือไตรมาส 3 ของปีนี้

 

ทว่า สถานการณ์ไวรัสขณะนี้ ส่งผลให้ซัพพลายเออร์ของแอปเปิลในจีนต้องปิดตัวลงชั่วคราว เราจึงต้องรอฟังว่ามันจะกระทบกับแผนการเดิมหรือไม่

 

iPhone11 เป็นเพียงรุ่นที่ออกมาเพื่อให้แฟนๆ หายคิดถึง และสำหรับคนที่อยากลองใช้กล้องรุ่นใหม่ ความคมชัดสูงได้ซื้อไว้ แต่จะหวังให้มีการอัปเกรดครั้งใหญ่นั้น ต้องรองวดหน้า

 

เราคาดว่า iPhone12 ที่รองรับระบบ 5G น่าจะขายดีมาก (แม้ราคาน่าจะแพง) เพราะสาวกแอปเปิลที่อั้นไม่ได้เปลี่ยนเครื่องมาตั้งแต่ iPhone10 หรือนานกว่านั้น ก็จะแห่กันมาคราวนี้เอง

 

ไม่เฉพาะแต่ iPhone เท่านั้นที่ต้องเพิ่มอุปกรณ์ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย 5G และรันโปรแกรมใหม่ๆ สำหรับ AI (หรืออาจจะ Blockchain) ที่ฝังมาด้วย

 

แต่โทรศัพท์มือถือทุกเครื่องของทุกยี่ห้อในโลก ก็ต้องเปลี่ยนให้เป็นแบบนั้นเช่นกัน ถึงจะใช้งานบนระบบ 5G ได้ (ประมาณกันว่าโทรศัพท์มือถือในโลกนี้มีประมาณ 2,700 ล้านเครื่อง)

 

ไม่งั้นก็ต้องใช้ 4G ต่อไป จนกว่าผู้ให้บริการอย่าง AIS, True, DTAC จะเลิกให้บริการ หรือ กสทช. จะเวนคืนคลื่นย่านนั้น เพื่อนำมาประมูลใหม่

 

อย่าลืมว่าคลื่นในอากาศในสมัยนี้ มันมีค่ายิ่งกว่าทอง…เป็นสินทรัพย์สำคัญของประเทศชาติและสร้างรายได้ให้รัฐบาล

 

สัมปทานป่าไม้ เหมืองแร่ ธนาคาร ที่เคยสร้างเถ้าแก่ในสมัยก่อน เมื่อมาเจอกับเศรษฐีสัมปทานคลื่นในอากาศแล้ว ต้องหลบให้

 

ทักษิณ ชินวัตร และบุญชัย เบญจรงค์กุล คือมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยมาจากคลื่นในอากาศ

 

ตั้งแต่เราเชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย ปริมาณข้อมูลที่วิ่งกันบน “ถนนข้อมูล” มันมากขึ้นทุกวันอย่างก้าวกระโดด ไหนจะเสียง ข้อความ คลิปวิดีโอ ฯลฯ ไหลข้ามไปข้ามมาในโลกเป็นว่าเล่น…ทำให้ถนนที่มีอยู่เริ่มเกิดจราจรติดขัด

 

จำเป็นต้องขยายถนนและสร้างเพิ่มเป็นระยะๆ

 

5G นั้นอุปมาก็เหมือนการขยายถนนนั่นแล่ะ เพื่อให้ข้อมูลก้อนใหญ่ๆ จำนวนมหาศาล ไหลไปมาได้ทุกขณะจิต คือไหลแบบ Real Time

 

เผื่อคนที่ยังไม่มีพื้นฐาน 5G ย่อมาจากคำว่า “Fifth Generation Mobile Technology” ชื่อก็บอกแล้วว่า มันเป็นรุ่นที่ 5

 

ยังจำกันได้ไหม “มือถือรุ่นกระดูกหมา” ที่สมัยนั้นโทรได้อย่างเดียว ยังส่งข้อความไม่ได้..อันนั้นคือยุค 1G หรือ 1st Generation ยังเป็นแบบแอนะล็อกและแบนด์วิดท์ยังน้อย (ยุค 1980s)

 

ต่อมา 2G เริ่มเข้าสู่ยุคดิจิทัล ส่งข้อความสั้นๆ SMS กันไปมาได้ด้วย (ยุค 1990s)

 

3G เริ่มใช้เทคโนโลยี CDMA ประมาณปี 2000 ช่วยให้มือถือเข้าอินเทอร์เน็ตได้ ส่งอีเมลกันได้ผ่านมือถือ คุณภาพเสียงก็ดีขึ้น และสามารถโหลดวิดีโอสั้นๆ ได้ แต่ภาพยังไม่ชัดและช้า มีอุปสรรคมากอยู่

 

4G เริ่มใช้ปี 2010 ขยายแบนด์วิดท์เพิ่มอีกแยะ ท่องอินเทอร์เน็ตได้ปรู๊ดปร๊าด โหลดคลิปโหลดวิดีโอและสตรีมมิ่งได้ดี แถมยังสามารถสื่อสารผ่าน IP Technology ได้ทั่วโลกฟรีๆ เช่น Skype, Line, What’ s App ฯลฯ

 

มาถึงตอนนี้ ถนนของ 4G แน่นเต็มทีแล้ว และอีกอย่างคือเทคโนโลยีด้านอื่นมันก้าวหน้าขึ้น พร้อมที่จะเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ (เช่นรถขับเองโดยไม่มีคนขับ, Internet of Things ที่ฝังคอมพิวเตอร์ไว้ในของใช้ทุกอย่าง, และแอปพลิเคชันอีกจำนวนมากที่จะสั่งการให้คอมพิวเตอร์มาช่วยให้มนุษย์เราสะดวกสบายขึ้น ฯลฯ) แต่ยังติดที่ถนนแน่น จราจรคับคั่ง นับวันการท่องอินเทอร์เน็ตหรือสตรีมมิ่งก็เริ่มติดขัดบ้างแล้ว (เช่นอัปคลิปแล้วหมุนๆ หรือพูดไลน์กันอยู่แล้วสายหลุดบ่อย เป็นต้น)

 

จึงจำเป็นต้องขยายถนนเพิ่ม โดยนำอุปกรณ์ 5G มาติดตั้ง ซึ่งต้องมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานกันใหม่ (เช่นเพิ่มการวางสายใยแก้วนำแสง Fiber Optic, เพิ่งและขยาย Data Center ที่พวกเราชอบเรียกเล่นๆ ว่า Cloud, วางเสาอากาศและ Transponder ไปทั่วพื้นที่ ฯลฯ)

 

เมื่อเสร็จแล้ว ก็จะมาถึงเฟสที่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือถือหรือสมาร์ตโฟนกัน ให้เป็นรุ่นที่รองรับระบบใหม่นี้ได้ เหมือนกับต้องเปลี่ยนรถกันใหม่เพื่อให้วิ่งบนถนนระบบใหม่นี้…ในแง่ของ Apple คือ iPhone 12 (แต่ตอนนี้ก็มีมือถือที่รองรับ 5G ออกขายแล้วหลายยี่ห้อ)

 

แล้วค่อยมาถึงเฟสสุดท้ายคือ การสร้างแอปพลิเคชันและบริการที่จะวิ่งบนระบบใหม่นี้ ซึ่งเราคิดว่าสินค้าและบริการใหม่ๆ จะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล และเราจะได้เห็นอะไรที่คิดไม่ถึงอีกแยะ ที่แต่ก่อนมีอยู่ในหนังไซไฟหรือนิยายวิทยาศาสตร์ ก็จะมาอยู่ในชีวิตจริงมากขึ้น

 

 

ความพิเศษของ 5G คือมันจะเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดไปจากเดิมมาก พูดคร่าวๆ คือเร็วกว่าเดิม 100 เท่า

 

ทุกวันนี้ ในหลายประเทศเริ่มสร้างเฟสแรกไปแล้ว และเริ่มเปิดทดลองให้บริการในหลายพื้นที่แล้วด้วย โดยทุกอาทิตย์จะมีการเปิดเขตเพิ่มตลอดเวลา

 

ไทยเราตอนนี้ก็เห็นว่าจะถือเป็นวาระแห่งชาติ และเริ่มเปิดประมูลคลื่นย่านที่จะให้ใช้กับ 5G กันแล้ว

 

5G เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นมาก เศรษฐกิจในอนาคตจำเป็นต้องพึ่งมัน ธุรกิจและบริการหลายอย่างจะทำง่ายขึ้น เร็วขึ้น ถูกลง และทรงประสิทธิภาพขึ้น ยิ่งเราช้ากว่าเพื่อนบ้าน เราจะสูญเสียความสามารถในเชิงแข่งขันไป เพราะธุรกิจและบริการจำนวนมาก จะเกิดช้ากว่าคนอื่น

 

ทีนี้ ลองคิดดูให้ดีว่าคนอย่างเราๆ ท่านๆ จะเอาประโยชน์จากเทรนอันนี้ได้ไหม?
บอกเลยว่า เยอะแยะ

 

เพราะการลงทุนเปลี่ยนเทคโนโลยีงวดนี้มันต้องทำไปอีกหลายปีกว่าจะเสร็จทั้งโลก (คาดกันว่าต้องใช้เงินลงทุนทั้งระบบถึง 2 ล้านล้านเหรียญฯ และใช้เวลาสร้างจนถึงปี 2025)

 

ไหนจะเคเบิ้ลใยแก้ว ไหนจะอุปกรณ์สารพัด ไหนจะชิปแบบใหม่ที่ต้องใส่เพิ่มในมือถือ ไหนจะมือถือใหม่ ไหนจะหน้าจอใหม่ ไหนจะแอปใหม่ซอฟต์แวร์ใหม่ บริการบนโซเชียลใหม่ๆ ที่จะต้องเกิดขึ้น อีกสารพัดสารพัน

 

แล้วของพวกนี้ บริษัทไหนเป็นคนผลิต ใครเป็นคนขาย

 

ถ้าของเขาดีจริง คนพวกนี้ย่อมโต

 

ดูอย่างยุค 4G ก็เกิดกิจการที่สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับผู้ลงทุนอย่าง Facebook, Line เป็นต้น…ก่อนหน้านั้นก็มี Google, Apple, Amazon, Nokia และ ฯลฯ

 

มูลค่าของกิจการเหล่านี้ ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว?

 

คนไทยส่วนใหญ่ ไม่เคยคิดว่าจะเข้าไปเอาประโยชน์จากระบบโลกกันเลย ซึ่งถ้าเราหลุดอยู่ข้างนอก เราก็ย่อมจะถูกทิ้งห่างไปเรื่อยๆ

 

ในยุคที่ดอกเบี้ยต่ำติดดินแบบนี้ คนทั่วไปย่อมลำบาก มีเงินออมก็เหมือนไม่มี แถมข้าวของที่ต้องซื้อจากฝรั่ง ญี่ปุ่น จีน ก็แพงขึ้นทุกวัน

 

แต่โลกใบนี้ก็ยังมีสินทรัพย์ที่ดีอีกแยะให้เข้าไปเป็นเจ้าของ หรือเข้าไปลงทุนเพื่อประกันความมั่นคงในอนาคต ทั้งของตัวเองและของลูกหลาน…อย่าดักดานอยู่แต่ในกะลา

 

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำไม่ยาก แต่ต้องหูตากว้างไกล และมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งต่อไปเราจะได้เล่าสู่กันฟังในเชิงลึกว่าคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็น VC หรือกองทุนเงินถุงเงินถัง ควรทำยังไง

 

ในงานสัมมนาที่เราจะจัดขึ้น คงอีกไม่นาน

ต้องเคาะกะโหลกกันหน่อยน๊ะไดอารี่

 


 

แล้วพบกัน

โอเล่

12 กุมภาพันธ์ 63

 

Messenger