2019-nCoV โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เป็นอาวุธชีวภาพ หรือ BIO TERRORIST?

กว่าจะมาเป็น ONE BELT ONE ROAD ของโปรตุเกส
February 4, 2020
อนาคตโชวห่วย หยิบแล้วเดินออก
February 5, 2020
ไดอารี่จ๋า,

โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ยังไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแรง ความหนักหนาของสถานการณ์งวดนี้แซงหน้าสมัยโรค SARS ระบาด ไปแล้ว เพราะตัวเลขการติดเชื้อแซงหน้าไปกว่าเท่าตัวแล้ว แม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจะยังไม่เท่างวดก่อน

 

รายงาน Situation Report ของ WHO ล่าสุด (3 ก.พ.) แจ้งว่าผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 17,391 รายทั่วโลก (ในจำนวนนี้อยู่ในจีนถึง 17,238 ราย) เสียชีวิตแล้ว 362 คน (ผู้เสียชีวิตอยู่ในจีน 361 คน) และยังอยู่ในอาการเพียบแปล้ (severe) อีกถึง 2,296 คน

 

แต่รายงานการติดเชื้อนอกจีนเริ่มทรงตัวแล้ว เพราะแม้จะมีรายงานผู้เสียชีวิตที่ฟิลิปปินส์ 1 คน แต่เคสใหม่มีเพิ่มเพียง 7 รายทั่วโลก และไม่มีรายงานจากประเทศที่ยังไม่เคยมีผู้ติดเชื้อ หมายความว่ามีการควบคุมเข้มงวดขึ้น โดยญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อมาเป็นอันดับที่ 2 คือ 20 คน ไทย 19 (ตัวเลขทรงตัวมาหลายวันแล้วโดยไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม) สิงคโปร์ 18 เกาหลีใต้ 15 ออสเตรเลีย 12 สหรัฐฯ 11 และเยอรมนี 10

 

ตลาดหุ้นเชี่ยงไฮ้ร่วงไปแล้วกว่า12% ฮ่องกงว่า 8% แม้รัฐบาลจีนจะสั่งให้สร้างโรงพยาบาลพิเศษในหูเป่ยสำหรับโรคนี้โดยเฉพาะ แต่ดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อแล้ว (11,177 รายในหูเป่ย) ก็ไม่น่าจะเพียงพอ ล่าสุดมีข่าวว่าธนาคารกลางของจีนจะอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มถึง 21,000 ล้านเหรียญฯ

 

หุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับจีนมีทีท่าชงัก โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่ต้องพึ่งฐานการผลิตจากจีน ไม่นานนี้ Apple ประกาศปิดร้าน iStore ของตัวเองทั้งหมดในจีน และซัพพลายเออร์ของ Apple ซึ่งตั้งอยู่ในมลฑลกวางตุ้งก็ได้รับผลกระทบจากไวรัสด้วย จึงนอกจากจะขาดรายได้แล้วอาจจะมีปัญหา Global Supply Chain ของตัวเองอีกด้วย นี่ยังไม่นับพวกชิพ และไบโอเทคซึ่งต้องพึ่งพาสารตั้งต้นจากจีน (ส่วนใหญ่อยู่ในมลฑลเจ้อเจียงซึ่งติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2)

 

ผู้ได้ประโยชน์มาก เห็นมีแต่หุ้นของ Kawamoto ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ผลิตหน้ากากอนามัย ราคากระชากขึ้นกว่า 8 เท่า นับว่าบุญหล่นทับ

 

มีพวก IO ของจีนในไทย สร้างข่าวปลอมว่า ไวรัส “2019-nCov” ใหม่ตัวนี้ ถูกฝรั่ง (หมายถึงสหรัฐฯ) สร้างขึ้นโดยการตัดต่อพันธุกรรม แล้วนำมาปล่อยในจีน เพื่อโจมตีจีน เข้าทำนองสงครามชีวภาพ เปรียบได้กับสมัยจีนโบราณที่ใช้วิธีโยนศพซึ่งติดเชื้อเข้าไปในเมืองของข้าศึก เพื่อแพร่เชื้อให้ฝ่ายตรงข้ามอ่อนแรง

 

ตรงนี้มันจึงมาเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่เราสนใจอยู่ คือ “CRISPR Cas9” หรือเรียกสั้นๆ ว่า CRISPR

 

CRISPR คือเทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนโลก พูดแบบง่ายๆ คือมันเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการ Edit พันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต (โดยใช้ RNA เป็นเหมือนกรรไกรไปตัดในส่วนที่ดีเอ็นเอเรียงผิดพลาดทิ้ง แล้วแปะส่วนที่แก้ไขใหม่ให้ถูกต้อง กลับเข้าไปตรงตำแหน่งเดิม)

 

 

เราใช้คำว่า “Edit” (เปรียบเสมือนบรรณาธิการที่ทำการแก้ไขเพิ่มเติมต้นฉบับก่อนตีพิมพ์) แทนจะใช้คำว่า “ตัดต่อ” เพราะการใช้ CRISPR ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพันธุกรรม (Genome) นั้น ไม่ถือว่าเป็นการตัดต่อยีน หรือ GMO (Genetic Modified Organism) ซึ่งเป็นการนำเอายีนจากข้างนอกเข้ามาตัดแปะ (เช่นเอาของหนูมาใส่ของแมว) แต่ CRISPR คือการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง DNA ของยีนนั้นๆ ของเจ้าตัวเอง

 

ขณะนี้ มีรายงานจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า CRISPR สามารถนำไปช่วยรักษาโรคพันธุกรรมที่ในอดีตไม่สามารถรักษาได้เลย อย่างได้ผล เช่น Cystic Fibrosis หรือตาบอดแต่กำเนิด แม้กระทั่งอัลไซเมอร์ ก็มีแนวโน้มเป็นบวก เป็นต้น

 

Applications ของ CRISPR นั้นมีมหาศาล ตั้งแต่การแพทย์สำหรับบุคคล Precision Medicine ไปจนถึง Longevity หรือการสาธารณสุขที่มุ่งเน้นให้คนมีอายุยืนยาว ไปจนถึงการปรับปรุงพันธุ์พืชพันธุสัตว์ เพื่อให้ทนทานต่อโรค โตเร็ว โดยกินอาหารหรือน้ำน้อยลง ทั้งนี้เพื่อพัฒนาคุณภาพและปริมาณของอาหาร สำหรับเลี้ยงประชากรของโลกที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว

 

บริษัทในแนวนี้ที่เข้าตลาดไปแล้ว และเราลงทุนด้วยบ้าง ก็มีอย่างเช่น Editas Medicine, Intellia Therapeutics, และ CRISPR Therapeutics เป็นต้น

 

พวกเหล่านี้ล้วนก่อตั้งโดยนักวิจัยที่บุกเบิกคิดค้นเทคนิค CRISPR มาด้วยกันทั้งสิ้น (แม้ตอนหลังจะทะเลาะกันบ้าง) บางคนอาจได้รางวัลโนเบลในอนาคต

 

ถึงกระนั้น ตอนที่นักวิทยาศาสตร์จีนประกาศว่าตัวเองนำ CRISPR ไปเปลี่ยนยีนของทารกที่มีเชื้อเอดส์ โดยสามารถลบยีนส่วนที่สนองต่อเชื้อไวรัสทิ้งไปสำเร็จ พวกเขาก็ยังประณามว่าเป็นการไร้จริยธรรมที่ทำแบบนั้น เพราะมันยังเร็วเกินไปที่จะนำไปประยุกต์ใช้แบบนั้น ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างมนุษย์พันธุ์ใหม่ขึ้นมา โดยไร้การควบคุม

 

แม้ต่อมา ทางการจีนจะออกมาบอกเดือนที่แล้วเองว่า นักวิทยาศาสตร์คนนั้นได้รับโทษให้จำคุก 3 ปี แต่มันก็บ่งบอกว่าจีนเองก็รู้จักเทคนิคนี้ดี ถ้าจะสร้างเชื้อโรคเอง ก็ทำได้อยู่แล้ว

 

ยิ่งไม่มีการเข้มงวดในเชิงกฎหมายและจรรยาบรรณเหมือนโลกตะวันตกด้วยแล้ว การที่ CRISPR ไปอยู่ในกำมือจีน เราว่าน่ากลัวกว่าเป็นไหนๆ

 


 

แล้วพบกันใหม่

โอเล่

4 ก.พ. 2563

 

Messenger