พลิกวิกฤติไวรัสเป็นโอกาสในการท่องเที่ยว และ UBER+HYUNDAI AIR TAXI

AXIOM โรงเตี้ยมกลางเวหาแห่งแรก
February 2, 2020
ONE BELT ONE ROAD ของอาณาจักรโรมัน
February 4, 2020
ไดอารี่ที่รัก,

 

สถานการณ์ไวรัสโคโรนาหรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า 2019-nCov ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น หลายประเทศประกาศภาวะฉุกเฉิน และห้ามคนจีนหรือที่เคยเดินทางไปจีนเข้าประเทศ

 

ณ ขณะที่เรากำลังเขียนไดอารี่อยู่นี้ (เวลา 7.14 น. วันที่ 2 ก.พ. 63) รายงานล่าสุด Situation Report ของ WHO ซึ่งอัปเดตทุกวัน บอกว่าตอนนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งสิ้นที่ยืนยันแล้ว 11,953 คนทั่วโลก (เป็นเคสติดเชื้อใหม่ 2,128 ราย) ในจำนวนนี้อยู่ในเมืองจีนถึง 11,821 คน (เป็นเคสใหม่ 2,102 ราย) และเสียชีวิตไปแล้ว 259 คน (เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 46 ราย) และเป็นคนไข้อาการหนักหรือเพียบแปล้ (severe) อีกถึง 1,795 ราย (เพิ่มขึ้น 268 ราย) ยังเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อ (suspected) อีก 15,238 คน

 

นอกประเทศจีนมีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วทั้งสิ้น 132 ราย จาก 23 ประเทศ โดยประเทศไทยเราพบผู้ติดเชื้อ 19 ราย ญี่ปุ่น 17 ราย สิงคโปร์ 16 ราย เกาหลีใต้ และ ออสเตรเลียประเทศละ 12 ราย แม้แต่สหรัฐฯ ยังพบถึง 7 ราย

 

เราขอเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ทุกคนให้สามารถพิชิตเจ้าอุบาทว์กาลีโลกพวกนี้ได้โดยเร็ววัน ก่อนที่ชีวิตคนจะต้องสูญเสียมากไปกว่านี้ และเศรษฐกิจโลกที่กำลังบอกช้ำอยู่แล้ว ต้องถูกแทงซ้ำเข้าไปอีกมีดนึง

 

จับสังเกตได้อย่างนึงคือโรคระบาดงวดนี้ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวจีนแย่ลงไปอีก ได้ข่าวว่าในออสเตรเลียช่วงนี้ ลัทธิเหยียดคนจีนเริ่มกลับมาเข้มข้นมาก แม้แต่ในไทยเองก็พบว่ามีการตะลุมบอนกันระหว่างกลุ่มคนจีนกับคนไทย ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพียงเพราะคนไทยไปเตือนว่าอย่าส่งเสียงดัง แล้วมีคนถ่ายคลิปมาเผยแพร่ด้วย ที่สำคัญคือมีคนเข้าไปคอมเมนต์ทำนองเหยียดหยามชาวจีนจำนวนมาก

 

ผ่านพ้นเรื่องไวรัสไปแล้ว รัฐบาลจีนน่าจะต้องเอาเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียน เพื่อเตือนสติประชาชนของตน เมื่อต้องเดินทางออกนอกประเทศ

 

อันที่จริง ถ้าคิดแบบ Contrarian แล้ว ช่วงนี้ถือเป็นจังหวะดีสำหรับที่จะไปท่องเที่ยวในเอเชีย เพราะราคาทั้งหลายย่อมลดลง และคนเที่ยวกันน้อย ไปไหนไม่ต้องเบียดเสียด ภัตตาคารร้านอาหารย่อมได้รับบริการที่ดีเพราะมีคนไม่มาก

 

ราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ -เซี่ยงไฮ้ ถ้าจองล่วงหน้า ณ วันนี้ แล้วออกเดินทางช่วงสองสามอาทิตย์ข้างหน้า ลดลงเหลือเพียงประมาณ 6,000 บาทเท่านั้น

 

สำหรับคนที่กล้าพอและคิดว่าตัวเองป้องกันตัวเองดีพอ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คงจะหาได้ยาก อย่างน้อยอีกเป็นสิบปี

 

เอาละ มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า

 

วันนี้ตั้งใจจะมาเล่าให้ไดอารี่ฟังเรื่อง “แท็กซี่บินได้” หรือ Air Taxi ซึ่งมีหลายบริษัทกำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้

 

อย่างล่าสุดในงาน CES ที่ลาสเวกัส ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของโลกนั้น UBER กับ HYUNDIA ก็ประกาศว่าได้ร่วมกันพัฒนาแท็กซี่บินได้ ซึ่งคาดว่าจะนำออกให้บริการได้ในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า โดยจะทำต้นแบบให้มี 5 ที่นั่ง บินด้วยความเร็วประมาณ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระดับความสูงประมาณ 1,000-2,000 ฟุต (300-600 เมตร)

 

พูดได้เลยว่าเรื่องนี้คงยังอีกไกล เพราะต้องรอกฎหมายให้ออกมารองรับเสียก่อน ซึ่งเราจะติดตามอย่างใกล้ชิดแล้วมาเล่าให้ไดอารี่ฟังเป็นระยะ

 

คนที่อยากลงทุนในเรื่องนี้อาจซื้อหุ้น UBER ได้เหมือนกัน แต่ช่วงนี้ยังไม่แนะนำ เพราะดูแล้ว UBER ยังไม่ทำเงินและเข้าตลาดไปด้วยมูลค่าตลาดสูง โอกาสที่จะให้ผลตอบแทนมาก คงเป็นไปได้ยาก

 

อันที่จริง ที่นี่เราชอบ TESLA มากกว่า

 

แม้ว่า TESLA จะทำ NEW HIGH แล้ว NEW HIGH อีก และราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นมากแล้วในปีที่ผ่านมา เราก็ยังว่ามันยังน่าลงทุนด้วย เพราะในระยะยาวแล้ว เราว่า TESLA มีศักยภาพสูงมาก

 

TESLA ไม่ใช่บริษัทผลิตรถยนต์ EV เฉยๆ แต่เนื้อแท้แล้วเขาเชี่ยวชาญ AI และ Machine Learning เป็นอย่างมาก

 

ถือได้ว่าเป็นกิจการ AI ระดับแนวหน้าของโลก ไม่แพ้ Google, FB, Amazon เลย และอีกไม่นานคงสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ให้รถของตัวเองขับไปเองได้โดยที่คนไม่ต้องบังคับ

 

ไว้เราค่อยเปิดเผยงานวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับ TESLA ให้ผู้สนใจนะ

 

โปรดติดตาม

 


 

2 ก.พ. 2563

 

Messenger