FACEBOOK ร่วมกับแอปบนมือถือ “สอดแนม” เราตลอดเวลา

FEDCOIN
January 30, 2020
AXIOM โรงเตี้ยมกลางเวหาแห่งแรก
February 2, 2020
ไดอารี่ที่รัก,

 

สถานการณ์ไวรัสโคโรนาวันนี้เข้าขั้นวิกฤติ ขนาดของความสูญเสียสูสีกับสมัยวิกฤติโรค SARS (Severe Acute Respiratory Syndrome) เมื่อปี 2003 โดยครั้งนั้นมีผู้ติดเชื้อกว่า 8,000 คน และเสียชีวิตถึง 774 คน

 

ถ้านับตัวเลขของเช้านี้ (31 มกราคม) มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 9,692 คนและเสียชีวิตไปแล้วถึง 213 คน และอัตราการติดเชื้อยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

 

แน่นอนว่ามันย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของโลก

 

คาดการณ์กันว่า GDP ของจีนไตรมาสนี้จะโตต่ำกว่า 4% เมื่อเทียบกับ 6% ในไตรมาสก่อนหน้า

 

มลฑลหูเป่ย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองอู่ฮั่นนั้น เป็นฮับใหญ่ของการผลิตรถยนต์และอะไหล่ระดับโลก ทั้งฮอนด้า เปอร์โยต์ เยนเนอรัลมอเตอร์ และเรโนลต์ ต่างก็มีโรงงานของตัวเองอยู่ที่นั่น ยังไม่นับโรงงานอะไหล่อีกเป็นพันโรง

 

หากสถานการณ์ไวรัสยังดำเนินต่อไป ก็อาจเกิดปัญหากับซัพพลายเชนในระดับโลกกับผู้ผลิตเหล่านี้ได้

 

นอกจากนั้นมลฑลใกล้เคียงล้วนเป็นฮับทางเศรษฐกิจอันสำคัญของจีนทั้งสิ้น เช่น เจียงซู ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลักอย่างซ่างไฮ่และหนานจิง และเจ้อเจียง ซึ่งเป็นฮับสำคัญของอุตสาหกรรมยาและไบโอเทค

 

ประมาณกันว่า 80% ของสารตั้งต้น หรือ Active Ingredient ที่ต้องใช้ในการผลิตยานั้นผลิตกันในประเทศจีน ถ้าหากยังสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไม่ได้ โอกาสจะเกิดผลกระทบต่อ Global Supply Chain ย่อมมีมาก

 

เอาละ มาเข้าเรื่องที่จะเล่าวันนี้

 

คือเรื่องที่เฟซบุ๊กเขาเปิดหน้ามาบอกว่าเขาตามสืบข้อมูลส่วนตัวของเราผ่านแอปพลิเคชันและเว็บอื่น แม้แต่ตอนที่เราไม่ได้ใช้เฟซบุ๊ก เขาก็ยังตามมาดูเราได้

 

โดยเฟซบุ๊กทำความร่วมมือกับเจ้าของเว็บและแอปเหล่านั้นให้ตามสอดส่องกิจกรรมของเรา แล้วรายงานให้เฟซบุ๊กรู้ และเฟซบุ๊กจะจ่ายให้กับกิจการเหล่านั้น

 

ไม่ว่าเราจะโอนเงินให้ใคร จะซื้ออะไร จากแพลทฟอร์ม E-Commerce เจ้าไหน ส่งอีเมลหาใคร…เฟซบุ๊กก็จะรู้

 

พวกเราลองมาดูกันได้ว่าเขาร่วมมือกับเจ้าใดบ้าง

 

 

 

ให้คลิกไปที่ “Settings & Privacy” แล้วเลือก “Settings” แล้วเลื่อนลงล่างมาที่ “Your Facebook Information” แล้วคุณก็จะเจอ “Off-Facebok Activity” ….ลองคลิกดูว่าใครสอดแนมคุณ แล้วเอาไปบอกเฟซบุ๊กบ้าง

 

อย่างของเราเจออยู่ 202 แอปบวกเว็บ (ลองดูที่รูปประกอบ)

 

นี่เท่ากับแอปเกือบทุกแอปที่เราโหลดมาไว้ในสมาร์ตโฟน ล้วนแต่เป็นไส้ศึกทั้งนั้นเลย

 

เฟซบุ๊กนั้นเก่งเรื่องพวกนี้ ตั้งแต่สมัยที่มันส่งคุกกี้มาในเครื่องเราแล้ว เพื่อตามดูกิจกรรมของเราทุกหนแห่ง

 

แล้วมันก็เอาข้อมูลของเราไปขายให้กับคนลงโฆษณาที่จ่ายให้มันสูงที่สุด…คือเอาข้อมูลของเราไปประมูลขาย โดยมันไม่เคยมาแบ่งเงินให้เราเลย ทั้งๆ ที่ตัวมันรวยเอา รวยเอา

 

แต่เข้าใจว่าที่มันต้องมาเปิดเผยแบบนี้ คงเป็นเพราะถูกกดดันมาจากนักการเมือง เลยต้องทำทีว่าโปร่งใส

 

ทว่า มันย่อมไม่คิดจะหยุดสอดแนมชีวิตเรา เพราะถ้ามันหยุด รายได้มันก็จะหยุด แล้วมันก็ต้องตาย

 

ถ้าเราคิดจะปกป้องความเป็นส่วนตัวของเรา มีทางเดียว คือต้องเลิกใช้เฟซบุ๊กโดยเด็ดขาด

 


แล้วพบกับใหม่

31 มกราคม 2563

 

Messenger