ปิดเทอมไปเที่ยวนอกโลกกัน

Facebook TV เราจะถูกล้วงลึก
November 4, 2019
DEEPFAKE น่ากลัว
November 4, 2019

ไดอารี่ที่รัก,

เมื่อคืนนี้ โฆษกของรัฐสภาสหรัฐฯ ออกมาแถลงว่ารัฐสภาจะเริ่มกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งเรียกในรัฐธรรมนูญของเขาว่า “Impeachment”

เมื่อทรัมป์รู้ข่าว เขาก็ทวีตตอบโต้ทันทีตามสไตล์ บอกว่าเป็นการล่วงละเมิดประธานาธิบดี “Presidential Harassment” บ้าง “ล่าแม่มด” (Witch Hunt) บ้าง

ล่าสุดตอนเรากำลังบันทึกไดอารี่นี้ เขาบอกว่ารัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพิ่งได้รับคำอนุญาตจากประธานาธิบดียูเครนให้เปิดเผยบทสนทนาเจ้าปัญหา ระหว่างตัวเขากับประธานาธิบดียูเครน ให้กับรัฐสภาสหรัฐฯ ได้เลย และยังว่าพวกเขางงเพราะไม่เห็นจะมีความตอนไหนที่เป็นเรื่องใหญ่ จบทิ้งท้ายด้วยคำแขวะพวกเดโมแครตนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามว่าเล่นเกมแหกตา

(เขาทวีตดังนี้ “Secretary of State Pompeo received permission from Ukraine Government to release the transcript of the telephone call I had with their President. They don’ t know either what the big deal is. A total Witch Hunt Scam by the Democrats! ” )

เผื่อคนที่ไม่ได้ตามเรื่องนี้แต่ต้น…เรื่องของเรื่องคือ Joe Biden เป็นต้นเหตุ เขาคือตัวเต็งผู้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปีหน้าของพรรคเดโมแครต สมัยโน้นยังเป็นรองประธานาธิบดีของโอบามา เคยบอกนักข่าวว่าเขาเป็นคนกดดันให้ Petro Poroshenko ประธานาธิบดีคนก่อนของยูเครน ปลดอัยการสูงสุด ViKtor Shokin ออกจากตำแหน่ง ไม่งั้นสหรัฐฯ จะไม่ช่วยค้ำประกันเงินกู้ให้กับยูเครน (คุ้นๆ มั้ย..คล้ายกับข้อกล่าวหาคุณทักษิณกรณี Exim Bank กับพม่า) แต่คนมาคุ้ยเจอทีหลังว่าอัยการคนนั้นมันกำลังสอบสวนกรณีที่ Burisma บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของยูเครน แบบว่าคล้าย ปตท.บ้านเราเนี่ย ไปจ่ายเงินให้กับบริษัทกฎหมายที่ลูกชายของ Biden ทำงานอยู่ด้วยทุกเดือน เดือนละเกือบสองแสนเหรียญฯ

ทีนี้พอประธานาธิบดีคนก่อนหมดวาระ ประธานาธิบดีคนใหม่ขึ้นมาแทน ก็ต้องเป็นประเพณีที่ทรัมป์จะต้องโทรไปแสดงความยินดี เพราะเป็นพันธมิตรที่ต่อต้านรัสเซียด้วยกัน…คราวนี้มันก็เลยเป็นความขึ้นมา เพราะมีคนอ้างแบบลือๆ จากหน่วยข่าวกรองที่ติดตามความเคลื่อนไหวในทำเนียบขาว (เขาอุปมาว่าเป็นพวกกรรมการกำกับเส้นที่คอยเป่านกหวีดเวลาฟาวล์ “Whistleblower”) ว่า ในการสนทนาครั้งนั้น ทรัมป์ได้ขอให้ประธานาธิบดีคนใหม่ของยูเครนรื้อฟื้นการสอบสวนกรณีทุจริตครั้งกระโน้นด้วย…นัยว่าต้องการทำลายเครดิตของคู่แข่ง Joe Biden นั่นเอง

คิดว่ารัฐสภาสหรัฐฯ คงได้หลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าจะเอาผิดทรัมป์ได้ จึงเปิดรับกระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการ แต่คงอีกนาน เพราะกว่าจะสรุปได้ แล้วก็ต้องส่งต่อให้สภาสูงเป็นผู้ลงคะแนนตัดสิน ซึ่งต้องใช้เสียงถึงสองในสาม

แค่นั้นแล่ะ เกมการเมืองของสหรัฐฯ เขาจำเป็นต้องเล่นไปตามกติกา แล้วทีนี้ถ้าพรุ่งนี้เกิดฝ่ายทรัมป์เปิดเผยบทสนทนาที่พูดกันแล้วไม่มีอะไรในกอไผ่ มันก็ต้องหามุขอะไรมาเล่นฝ่ายตรงข้ามกันใหม่จนกว่าจะเลือกตั้ง

ที่เป็นแบบนี้เพราะ Joe Biden เขาเป็นแคนดิเดตสำคัญ ประเภทแถวหน้าหรือ Front Runner แต่ก็ต้องรอจนประชุมใหญ่เดโมแครตเสียก่อนว่าพรรคจะส่งชื่อเขาลงหรือไม่ แต่ถ้าตัดกำลังเขาได้ มันก็ดีไม่ใช่เหรอ

พูดถึง Joe Biden คนนี้ เขาเคยมีคุณูปการอย่างมากต่อการรักษาโรคมะเร็ง สมัยที่ยังเป็นรองประธานาธิบดี คือเขาได้ตั้งเป้าว่างานวิจัยพัฒนาเรื่องมะเร็งของสหรัฐฯ ต้องสามารถเอาชนะโรคมะเร็งให้ได้ภายใน 10 ปี และตั้งงบประมาณให้ไว้จำนวนมหาศาล ซึ่งข้อนี้เราเคยพูดคุยและช่วยระดมทุนให้กับคุณหมอไตรรัตน์ที่จุฬาฯ ผู้นำเอาแนวคิดนี้มาคิดค้นยามะเร็งในเมืองไทยด้วย ซึ่งคุณหมอเชื่อแน่ๆ ว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ชัวร์ๆ …อีกไม่นานมนุษย์จะเอาชนะมะเร็งได้แล้ว

ฝรั่งเขาเรียกโครงการของ Biden ว่า “Moonshot For Cancer” เลียนแบบโครงการของประธานาธิบดี Kennedy ที่เคยตั้งเป้าให้สหรัฐฯ ส่งคนไปดวงจันทร์ให้ได้ภายในสิบปี…แล้วก็สำเร็จ

พูดถึงการสำรวจอวกาศ หลังจากไปดวงจันทร์ได้แล้ว ก็รู้สึกว่าจะซาๆ ไป ไม่ค่อยมีอะไร Breakthrough อีก ยิ่งตอนหลังองค์กรนาซ่าเงินน้อยลงแยะ จึงต้องพึ่งให้เอกชนเข้าช่วยซับคอนแทรคและเอาคนนาซ่าออกไปพัฒนาข้างนอก ทำให้ความรู้และเทคโนโลยีอวกาศกระจายออกสู่ภาคเอกชน

มี Start-up แนวอวกาศ เกิดขึ้นจำนวนมาก

แต่ที่น่าสนใจและอยากเล่าให้ไดอารี่ฟังแยะหน่อยในวันนี้ คือกลุ่มที่คิดสร้างบริการท่องเที่ยวอวกาศ ซึ่งกำลังจะให้บริการจริงแล้วในปีหน้านี้ หลังจากโม้มานานมาก

7,500,000 บาท คือราคาค่างวดที่ต้องจ่ายเพื่อไปเที่ยวนอกโลก

ราคานี้เป็นค่าตั๋วสำหรับขึ้นบินกับ VSS Unity (SpaceShip Two) ของ Virgin Galactic เป็นเวลา 90 นาที ร่วมกับผู้โดยสารอีก 5 คน ในระดับความสูง 100 กิโลเมตรเหนือพื้นดิน ซึ่งผู้โดยสารจะได้สัมผัสกับขอบอวกาศและเกิดสภาวะไร้น้ำหนักอยู่หลายนาที ทั้งจะได้ยลความงามของผิวโค้งของโลก เมื่อมองย้อนมาจากอวกาศ

ตอนนี้มีคนจองคิวอยู่เจ็ดร้อยกว่าคน สองในนั้นคือ Leonardo Di Caprio และ Justin Bieber

เราลองคลิกเข้าเว็บของบริษัทดูแล้ว เขาปิดจองอยู่ ต้องทิ้งชื่อไว้แล้วเขาจะติดต่อกลับ โดยเขาให้ข่าวว่ามีผู้สนใจกว่า 2,500 คนจากทั่วโลก เป็น Waiting List อยู่

ที่น่าสนใจคือ Virgin Galactic กำลังจะยื่นขอเข้าจดทะเบียนกับตลาดหุ้นอีกไม่นานนี้ ทำให้คนทั่วไปเข้าร่วมเป็นเจ้าของได้ หากคิดว่าธุรกิจแนวนี้จะโต

เขาบอกว่าปีหน้า เขาคิดว่าจะส่ง Space Ship ขึ้นได้ถึง 16 เที่ยว และพอถึงปี 2023 ก็จะสามารถส่งได้ทุกๆ 32 ชั่วโมงต่อลำ

อันที่จริง ธุรกิจแนวนี้ไม่ได้มี Virgin บริษัทเดียวที่ทำ แต่ยังมี Blue Origin (ของ Amazon) และ SpaceX (ของ Tesla) โดยอันแรกเขาตั้งเป้าจะนำลูกทัวร์ไปเที่ยวดวงจันทร์ และอันหลังไปดาวอังคารเลย

คนทั่วไปมักคิดว่า การเดินทางท่องเที่ยวอวกาศ จะมีก็แต่ในนิยายวิทยาศาสตร์เท่านั้น หารู้ไม่ว่าเทคโนโลยีด้านอวกาศก้าวกระโดดไปมากแล้ว จนทำให้มันกำลังจะเกิดขึ้นเป็นจริงอยู่รอมร่อ

แน่นอนว่าเจ็ดล้านห้าแสน ย่อมเป็นเงินจำนวนมากโขสำหรับคนทั่วไป แต่ธุรกิจก็เป็นแบบนี้ คือเมื่อมันทำกันแยะขึ้น เทคโนโลยีถูกลง คนคิดนวัตกรรมแยะขึ้น และคนมาใช้บริการมากขึ้น เดี๋ยวราคามันก็จะลดลงไปเองเป็นธรรมดา

สำหรับเราแล้ว เราคิดว่าธุรกิจแบบนี้จะโตเร็วมาก เพราะคนรวยในโลกนี้มันแยะ และคนสมัยนี้ ก็ต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ในการท่องเที่ยว

สิ่งที่เพื่อนๆ พูดคุยในกลุ่มไลน์ ส่วนใหญ่ก็ชวนกันไปเที่ยว

มูลค่าของอุตสาหกรรมนี้จะโตอย่างรวดเร็ว ไม่แพ้การท่องเที่ยวแนวอื่นๆ ในโลกตอนนี้

ไม่เชื่อคอยดูปีหน้า

Until Then,


โอเล่

25 กันยา 62

——————–

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

shares